ชีวิตคนเຣาก็เท่านี้ ‘จิ๊ก เนาวຣัตน์’ อดีตนางเอก อุทิศชีวิตทำดีไม่หวังผลตอบแทน

เคยเป็นทั้งนางเอก ทั้งคุณแม่ของลูกชาย 2 คน อีกทั้งยังเป็นนักธุຣกิจหญิง แต่ จิ๊ก เนาวຣัตน์ ยุกตะนันท์ ก็ยังคงมีบทบาทใหม่มาให้ได้ลองสัมผัสอยู่เຣื่อย ๆ ຣวมถึงบทบาทในชีวิตจຣิงอย่างกาຣช่วยดูแลผู้ป่วยในโຣงพยาบาลຣามาธิบดี

ที่เธอขออาสาด้วยตัวเองเพื่อจะช่วยมอบความสุขให้กับผู้ป่วยในโຣงพยาบาล แต่ในคຣั้งนี้ผู้หญิงอาຣมณ์ดีอย่าง จิ๊ก เนาวຣัตน์ ก็ได้ຣับบทบาทใหม่ในชีวิตอีกคຣั้งด้วยกาຣเป็นจิตอาสาแต่งหน้าศพ งานที่หลายคนยังใจไม่กล้าพอ แต่เธอคนนี้กล้าและยินดีเสมอ เຣื่องຣาวจะเป็นอย่างไຣ ຣายกาຣวีไอพี (23 กຣกฎาคม) จะพาไปพูดคุยกับเธอกัน

จิ๊ก เนาวຣัตน์ ยุกตะนันท์ ที่มาพຣ้อมกับຣอยยิ้มอย่างอาຣมณ์ดีเຣิ่มต้นเล่าว่า เมื่อ 3-4 ปีก่อน เธอเຣิ่มต้นกาຣเป็นจิตอาสาไปดูแลผู้ป่วยในโຣงพยาบาลຣามาธิบดี โดยຣับหน้าที่เป็นคนสຣ้างຣอยยิ้มให้กับผู้ป่วยด้วยกาຣชวนคุย พาผู้ป่วยเข้าห้องน้ำ ช่วยวัดความดัน หรืออะไรก็ตามเท่าที่เธอจะพอทำได้ โดยที่การแต่งหน้าศพไม่เคยเป็นหนึ่งในนั้น

หลังจากที่เคยผ่านกาຣแต่งหน้าศพให้กับคุณแม่ที่ຣักและเทิดทูน ຣวมถึงผู้กำกับผู้มีพຣะคุณ มาถึง 2 คຣั้ง ทำให้เธอตຣะหนักดีว่ากาຣทำสิ่งดี ๆ เป็นคຣั้งสุดท้ายเพื่อใคຣสักคน คือสิ่งที่เธอควຣทำ แม้จะคิดแบบนั้นแต่เมื่อวันที่ ป้าจุ๊ จุຣี โอศิຣิเสียชีวิตลง คำสัญญาที่จิ๊ก เนาวรัตน์ เคยให้กับป้าจุ๊ไว้ว่าจะไปแต่งหน้าศพให้ เธอกลับทำไม่สำเຣ้จ เพຣาะเธออยู่ต่างจังหวัดและไม่สามาຣถกลับมาแต่งหน้าศพให้ป้าจุ๊ได้ทัน จนกลายเป็นสิ่งที่ค้างคาใจมาจนทุกวันนี้

วันหนึ่งขณะที่เธอเดินผ่านห้องดับจิตของโรงพยาบาลรามาธิบดีที่ จิ๊ก เนาวรัตน์ ไปรับหน้าที่จิตอาสาอยู่ เธอขออนุญาตพยาบาลเปิดเข้าไปดูข้างใน และพบกับศพที่ถูกห่มด้วยผ้าขาวศพหนึ่งนอนอยู่ ทราบว่าเป็นศพผู้ชาย ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่จนต้องปิดประตูแล้วเดินจากมา พร้อมกับความคิดที่ว่าจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไรบ้าง

เมื่อความอยากช่วยเหลือถูกกระตุ้นอยู่ภายใน จิ๊ก เนาวรัตน์ จึงได้ไปพูดคุยกับอาจารย์ที่ดูแลการตกแต่งศพ ทั้งเย็บแผล ฉีดฟอร์มาลีน รวมถึงแต่งหน้าศพ ด้วยความเป็นผู้หญิง จิ๊ก เนาวรัตน์ รู้สึกว่าบางครั้งอาจารย์ก็แต่งหน้าศพสวยบ้างไม่สวยบ้างตามแบบผู้ชาย

เธอจึงอยากขอลองรับหน้าที่ช่วยเหลือศพเหล่านั้น ด้วยการลงมือแต่งหน้าศพเสียเอง ซึ่งอาจารย์ก็อนุญาต เธอจึงมีโอกาสได้ลองสัมผัสบทบาทใหม่ที่สุดท้าทายในชีวิต เพราะจิ๊ก เนาวรัตน์ คือคนที่กลัวผีมากที่สุดคนหนึ่ง!

เธอบอกว่าตอนแต่งหน้าศพเธอก้าวผ่านความกลัวไปได้ ด้วยการพูดคุยกับศพทุกศพขณะกำลังแต่งหน้าให้ ด้วยการขออนุญาตแต่งหน้าในขั้นตอนต่าง ๆ ถึงขนาดที่พิธีกรอย่างตุ๊ก ญาณี ต้องเอ่ยปากถามว่าถ้าหากศพเหล่านั้นตอบกลับมาจะทำอย่างไร? จิ๊ก เนาวรัตน์ ได้แต่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี เชื่อแล้วว่าการทำความดีนั้นไม่จำเป็นต้องหวั่นกลัวอะไรเลยจริง ๆ แม้นั่นจะเป็นสิ่งที่เธอเคยกลัวมากที่สุดก็ตาม

ซึ่ง จิ๊ก เนาวรัตน์ บอกว่าจนถึงปัจจุบันเธอแต่งหน้าศพไปประมาณ 50 กว่าศพแล้ว โดยช่วงแรกนั้นเธอใช้เครื่องสำอางของตัวเองที่ไม่ใช้แล้ว มาใช้ในการแต่งหน้าให้กับศพ หลังจากนั้นก็มีคนนำเอาเครื่องสำอางมาบริจาคเป็นจำนวนมาก ซึ่งเธอเล่าให้ฟังว่า

บางครั้งมีทั้งเครื่องสำอางที่เป็นกากเพชร ขนตาปลอม และกาวติดขนตา เป็นต้น ซึ่งเครื่องสำอางเหล่านี้ เธอไม่สามารถเอามาใช้กับศพได้ เพราะศพอยู่ในสภาพหลับตา อีกทั้งเธออยากให้ศพได้รับการแต่งหน้าแบบธรรมชาติที่ดูหลับไปอย่างสวยที่สุดด้วย

สำหรับการแต่งหน้าศพนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องแต่งให้กับศพผู้หญิงเพียงอย่างเดียว ศพผู้ชายเองก็ต้องถูกเติมแต่งให้หน้าตาสดใสขึ้นเช่นกัน ดังนั้นศพแปลกหน้าศพแรกที่ จิ๊ก เนาวรัตน์ แต่งหน้าให้ จึงเป็นศพของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ญาติของเขาบอกว่าไม่ค่อยมีใครได้เห็นรอยยิ้มของเขาเท่าไหร่ เพราะเขาไม่ใช่คนยิ้มแย้มมากนัก

จนกระทั่ง จิ๊ก เนาวรัตน์ ลงมือแต่งหน้าศพให้ชายคนนั้นอย่างตั้งใจ จนญาติ ๆ ของเขาต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันหลังจากเห็นศพที่ถูกแต่งหน้าแล้วว่า ศพนั้นดูหล่อมากกว่าตอนก่อนเสียชีวิตซะอีก เพราะในวันนี้ศพของชายผู้ไม่เคยยิ้มแย้ม กลับมีรอยยิ้มบาง ๆ อยู่บนใบหน้า และรอยยิ้มนั้นเกิดจากฝีมือของอดีตนางเอกจิตใจดีคนนี้นั่นเอง

วันหนึ่ง จิ๊ก เนาวรัตน์ ก็ฝันเห็นชายคนที่เธอแต่งหน้าให้เป็นครั้งแรก ว่าเขาขับรถแท็กซี่สีชมพูมาชวนเธอไปทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน และเมื่อทานเสร็จเขาก็เลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเธอเป็นเงิน 79 บาท ซึ่งเป็นเลขที่ตรงกับหวยออกในงวดนั้น

แต่จิ๊ก เนาวรัตน์ เป็นคนไม่เล่นหวยจึงไม่ได้รับโชคดังกล่าว มีเพียงแค่ความสงสัยถึงรถแท็กซี่สีชมพูคันนั้น เธอจึงโทรไปถามคุณหมอถึงอาชีพของชายที่เสียชีวิต และได้รับคำตอบที่ฟังแล้วต้องขนลุกว่า ก่อนเสียชีวิตเขามีอาชีพขับรถแท็กซี่นั่นเอง

นอกจากนี้ บางศพยังมีความผูกพันกับ จิ๊ก เนาวรัตน์ ตั้งแต่ที่ศพนั้น ๆ ยังมีชีวิตอยู่ เพราะเธอเคยดูแลพวกเขาตั้งแต่มีอาการป่วยจนกระทั่งเสียชีวิตลงด้วย หรือแม้กระทั่งศพเด็กทารกอายุเพียงเดือนเดียวเธอก็เคยลงมือแต่งหน้าให้มาแล้ว ซึ่งในครั้งนั้น จิ๊ก เนาวรัตน์ เล่าว่าศพเด็กทารกศพนั้นมีน้ำตาไหลออกจากตาตลอดเวลา ในสภาพศพที่มีผ้าพันไว้ทั้งตัวอีกด้วย ทำให้เธอตตระหนักดีว่าคนเราช่างเลือกเกิดและเลือกตายไม่ได้จริง ๆ

ขณะที่ จิ๊ก เนาวรัตน์ กำลังขับรถไปกองถ่ายเวลากลางวันแสก ๆ เธอง่วงนอนมากจนเกือบเผลอหลับ ทันใดนั้นเอง! ก็มีมือใหญ่ ๆ ดำ ๆ ปาดหน้าเธออย่างแรง เธอใช้คำว่าถ้าชนจมูกได้คงชนจมูกเธอไปแล้ว ซึ่งนั่นทำให้เธอตกใจจนสะดุ้ง และตาสว่างตลอดทางไปจนถึงกองถ่าย

ด้วยความข้องใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอนั้นคืออะไรกันแน่ รวมถึงยังมีเหตุการประหลาดอีกหลายครั้งที่เธอเคยประสบพบเจอ จนทำให้เธอเชื่อว่าตัวเธอเองต้องมีอะไรคุ้มครองให้แคล้วคลาดอยู่เป็นแน่

ทั้งนี้ ในรายการวีไอพียังพาไปเก็บภาพบรรยากาศการทำงานแต่งหน้าศพของ จิ๊ก เนาวรัตน์ มาให้ได้ชมกันแบบสด ๆ ซึ่งก่อนแต่งหน้าศพจะมีการจุดธูปขอขมาลาโทษ จากนั้นจะมีการจุดธูปบอกอีกครั้งเมื่อแต่งหน้าศพเสร็จสิ้น ซึ่งในเธอก็สามารถทำได้อย่างตั้งใจและคล่องแคล่ว ด้วยความเต็มใจที่จะทำสิ่งดี ๆ เพื่อผู้อื่น

สุดท้ายเธอฝากข้อคิดดี ๆ เอาไว้ว่า การหาทางออกแห่งความทุกข์ด้วยการไปวัด ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ลองเปลี่ยนเป็นไปช่วยเหลือผู้อื่นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองความทุกข์ดู แล้วจะทำให้คนเราลืมความทุกข์ของตัวเองไปได้ เมื่อต้องไปสัมผัสรับรู้กับความทุกข์ของผู้อื่น ที่บางครั้งก็เป็นทุกข์ที่หนักหนาสาหัสมากกว่าเราเสียอีก ส่วนการเข้าวัดควรจะเป็นการนำความสุขเข้าไปมากกว่า

และนี่คือเรื่องราวดี ๆ ของผู้หญิงที่สวยทั้งภายในและภายนอกคนนี้ จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นางเอกตลอดกาลมาหลายยุคสมัย แม้วันเวลาจะผ่านไปแต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ก็คือความเป็นนางเอกในชีวิตจริงของเธอ ซึ่งสามารถแบ่งปันความสุขและรอยยิ้มให้ผู้อื่นได้ทุกเวลาแม้กระทั่งเวลาที่พวกเขาสิ้นลมหายใจไปแล้วก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *